1.โอพลัส – โฟร์   ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สุดยอดเทคโนโลยีการแยกโมเลกุลน้ำทำให้เกิดก๊าสออกซิเจนบริสุทธิ์ระดับเซลล์

โอพลัส – โฟร์   ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เป็นที่ทราบดีแล้วว่า ออกซิเจนเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต ร่างกายเราต้องการออกซิเจนในการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงาน เราต้องการออกซิเจนเพื่อขจัดสารพิษและของเสีย สมองของเราต้องการออกซิเจนทุกวินาที เพื่อให้เกิดการรับรู้สิ่งต่างๆ และสั่งการให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ

รหัสสินค้า: MHB-001 หมวดหมู่: ป้ายกำกับ:

รายละเอียด

โอพลัส – โฟร์   (OPLUS 4)  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เป็นที่ทราบดีแล้วว่า ออกซิเจนเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต ร่างกายเราต้องการออกซิเจนในการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงาน เราต้องการออกซิเจนเพื่อขจัดสารพิษและของเสีย สมองของเราต้องการออกซิเจนทุกวินาที เพื่อให้เกิดการรับรู้สิ่งต่างๆ และสั่งการให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ

โอพลัส โฟร์   เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถ ผนึกส่วนประกอบต่างๆ ที่มีทั้ง

  • แร่ธาตุจำนวน 78 ชนิด
  • เอนไซม์ 34 ชนิด
  • และกรดอมิโน 17 ชนิด

ที่อยู่ในรูปคอลลอยด์ ซึ่งสามารถส่งไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถกำจัดอนุมูลอิสระบางส่วน ที่เป็นสาเหตุสำคัญในการก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บมากมาย เช่น โรคมะเร็ง, โรคเบาหวาน, โรคอัมพาต, โรคไขข้อ, โรคเส้นเลือดตีบ, ความแก่, ถุงลมโป่งพอง, โรคหัวใจ, หลอดเลือดหัวใจตีบตัน, ภูมิแพ้, โรคตาต้อกระจก

ก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ เป็นผลพวงจากกระบวนการนี้ ออกซิเจนเป็นธาตุเดียวที่สามารถรวมตัวกับธาตุอื่นๆได้เกือบทุกชนิดในการสร้างสารประกอบที่จำเป็นต่อการสร้างและซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย และยังเป็นธาตุหลัก ที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของชีวิต

ประโยชน์ของกาซออกซิเจน ใช้ในการหายใจและการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงานแล้ว ยังใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ” และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยทำให้เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันความเจ็บป่วยได้ ออกซิเจนยังเป็นส่วนประกอบของวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ช่วยเสริมสร้างการหายของบาดแผล โดยเฉพาะแผลเรื้อรังเช่น แผลเบาหวาน แผลหลอดเลือด แผลที่เป็นผลจากการฉายรังสี ช่วยสร้างเนื้อเยื่อรอบแผล เซลล์ต่างๆ ที่ได้รับออกซิเจนจะทำงานได้ดีขึ้น ช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิด  ช่วยสร้างเนื้อเยื่อและหลอดเลือดฝอยใหม่ขึ้นจึงทำให้แผลหายได้” อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคปอดบวม และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ถ้าร่างกายขาดออกซิเจน เซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายจะขาดออกซิเจนร่วมด้วย จึงทำให้เกิดอาการต่างๆ ดังนี้ คือ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ เมื่อยล้า ซึมเศร้า มึนศีรษะ กระสับกระส่าย ความจำเสื่อม การไหลเวียนของโลหิต การย่อยอาหารและการดูดซึมอาหารบกพร่อง มีกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้น ภูมิต้านทานลดลง ติดเชื้อโรคได้ง่าย เจ็บคอ ไอ หลอดอาหารหดตัว(constricted Esophagus)  หายใจไม่สะดวก นอนไม่หลับ(insomnia) เป็นโรคนอนกรน(snoring)  โรคหืด(Asthma) หลอดลมอักเสบ(Bronchitis) ไข้หวัดใหญ่ หรือติดเชื้อไวรัสเฉียบพลัน(Influenza) เบื่ออาหาร (Anorexia) ระบบการดูดซึมอาหารบกพร่อง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ(Arrhythmia)  หัวใจวาย ปวดตามข้อ Rheumatism ข้อต่ออักเสบ Arthritis โลหิตจาง(Anemia) โลหิตเป็นพิษ Blood Toxicity ท้องผูก Constipation แผลเรื้อรังเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร(Gastric Ulcer) แผลเรื้อรังที่ลำไส้เล็ก  บวมน้ำ(swelling) ปวดกล้ามเนื้อจากการมีกรดแลกติกสะสม  ชาที่ปลายประสาท ตะคริว อ่อนเพลียเรื้อรัง เครียด หดหู่ เป็นกังวล โรคมะเร็ง จากการค้นคว้าวิจัยของ ดร.ออตโต วอร์เบอร์ก (Dr.Otto Warburg) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้รับรางวัลโนเบลถึงสองปีซ้อน ค้นพบว่า เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีออกซิเจนสูง โรคสโตค หรือ เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน “ในปัจจุบันเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 3 รองจากโรคหัวใจและโรคมะเร็ง

แร่ธาตุ 78 ชนิด ในรูป คอลลอยด์ ที่มีในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโอพลัส โฟร์ ดังนี้

แอกทีเนียม แกโดลิเนียม นีออน ซิลิกา
แอนทิโมนี แกลเลียม นิกเกิล ซิลิคอน
อาร์กอน เจอร์เมเนียม ไนโอเปียม เงิน
แอสทาทีน ทองคำ ไนโตรเจน โซเดียม
แบเรียม แฮฟเนียม ออสเมียม กำมะถัน
เบริลเลียม ฮีเลียม ออกซิเจน แทนทาลัม
บิสมัท โฮลเมียม แบลเลเดียม เทคนีเซียม
โบรอน ไฮโดรเจน ฟอสฟอรัส เทลลูเรียม
โบรมีน อินเดียม แพลทินัม เทอร์เบียม
แคลเซียม ไอโอดีน พอโลเนียม แทลเลียม
คาร์บอน อิริเดียม โพแทสเซียม ทอเรียม
ซีเรียม เหล็ก เพรซิโอดิเมียม ดีบุก
ซีเซียม คริปทอน โพรมีเทียม ไททาเนียม
โครเมียม แลนทานัม รีเนียม ทังสเตน
โคบอลต์ ลิเธียม โรเดียม วาเนเดียม
ทองแดง ลูทีเทียม รูบิเดียม ซีนอน
ดิสโพรเซียม แมกนีเซียม รูทีเนียม อิตเทอร์เบียม
เออร์เบียม แมงกานีส ซาเมเรียม สังกะสี
ยูโรเพียม โมลิบดีนัม ซีลีเนียม เซอร์โคเนียม
ฟลูออรีน นิโอดีเนียม

แร่ธาตุทั้ง 78 ชนิด ล้วนแล้วแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แม้บางอย่างร่างกายจะต้องการเพียงปริมาณน้อยแต่ก็ขาดไม่ได้ หากเราได้รับไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการก็อาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพได้

ตัวอย่างความสำคัญของแร่ธาตุบางส่วนต่อสุขภาพ ดังนี้

โครเมียม (Cr)

o  ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน

o  เพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลินทำงานร่วมกับอินซูลินในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

o  ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับหลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ

o  การเพิ่ม HDL หรือคลอเรสเตอรอลชนิดดี

o  ร่วมกับ RNA ในการสังเคราะห์โปรตีน

o  ป้องกันพิษที่เกิดจากตะกั่ว

  • ทองแดง (Cu)

o  ทำงานร่วมกับไวตามินซีในการสร้าง คอลลาเจน และอีลาสตินซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกายที่ช่วยบำรุงรักษาผิวหนังและทำให้ผิวหนังเกิดความยืดหยุ่น

o  ช่วยในกระบวนการสร้างเนื้อหนังขึ้นใหม่ในรายที่เป็นแผล

o  ช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน และเม็ดโลหิตแดง

o  เป็นตัวสำคัญในการสร้างกระดูกให้เป็นไปตามปรกติ และรักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

o  จำเป็นต่อการผลิตเม็ดโลหิตแดงและเนื้อเยื่อ

o  มีส่วนในการผลิตเม็ดสีที่ผิวหนัง

  • ไอโอดีน (I)

o  ต่อมไทรอยด์ใช้ไอโอดีนในการผลิตฮอร์โมนที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต ระบบสืบพันธุ์ การสร้างกระดูกและประสาท ไอโอดีนยังมีความสำคัญต่อสุขภาพจิตด้วย

o  ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและกระตุ้นอัตราการเผาผลาญ โดยช่วยร่างกายเผาผลาญไขมันที่มากเกินไป

o  ไปช่วยกระตุ้นให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น

o  กระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำนมมากขึ้น

o  ควบคุมประสาท ให้มีความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง

  • เหล็ก (Fe)

o  ทำหน้าที่ผลิตเม็ดโลหิตแดง ซึ่งเป็นโปรตีนที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

o  มีส่วนในการผลิตฮอร์โมนบางชนิด เนื้อเยื่อเกี่ยวพันและการส่งกระแสประสาทในสมอง

o  ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

  • แมงกานีส (Mn)

o  ต้านอนุมูลอิสระ( ANTIOXIDANT ) มีบทบาทสำคัญต่อปฏิกิริยาทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงาน การสันดาปในเซลล์ประสาท การบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อ และการเจริญเติบโตของกระดูก

o  ช่วยการทำงานของอินซูลิน

o  ช่วยในการสังเคราะห์กรดไขมัน และคอเลสเตอรอล

o  ช่วยในการสร้างเม็ดโลหิตแดง

o  ควบคุมการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งมีส่วนช่วยร่างการในการใช้ ไบโอติน ไวตามินบีและไวตามินซี เพื่อเผาผลาญโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันให้เกิดผลมากขึ้น

  • โมลิบเดนัม (Mo)ต้านอนุมูลอิสระ( ANTIOXIDANT ) ช่วยให้ร่างกายคงความแข็งแรงโดยการทำลายสภาพพิษของกำมะถันและสารประกอบของกำมะถัน
  • ซีเลเนียม (Se)

o  ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งและโรคหัวใจ

o  ต้านอนุมูลอิสระ ( ANTIOXIDANT )

o  ทำงานร่วมกับไวตามินอี ในการรักษาเนื้อเยื่อต่างๆและชลอการแก่

o  ส่งเสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย

o  ช่วยให้หัวใจทำงานดีขึ้นและส่งเสริมการสร้างพลังของเซลล์โดยการนำออกซิเจนไปเลี้ยงให้เพียงพอ

o  ส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และควบคุมสุขภาพของสายตาผิวหนัง และเส้นผม

o  ส่งเสริมให้ประจำเดือนของเพศหญิงเป็นไปโดยสม่ำเสมอและช่วยให้ไข่สุกและจะพบเกลือแร่ชนิดนี้สูงในอสุจิของผู้ชาย

o  ซีลีเนียมเป็นเกลือแร่ต้านพิษ หรือละลายพิษต่างๆ ในร่างกาย

o  รักษาความยืดหยุ่นของเนื้อหนัง

o  ป้องกันความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ หัวใจล้มเหลว เจ็บหน้าอก ไตถูกทำลาย

o  ช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของตับ

o  ซีลีเนียมสามารถป้องกันกัมมันตภาพรังสี รวมทั้งโลหะหนักที่เป็นพิษ เช่น ปรอทเงิน แคดเมียม ไม่ให้ดูดซึมเข้าร่างกายและขับถ่ายออกได้เร็วขึ้น

  • สังกะสี (Zn)

o  ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย โดยการไปช่วยการปฏิบัติงานของเม็ดเลือดขาวหรือที่เรียกว่า ลิมโฟไซท์ LYMPHOCYTE )ซึ่งเป็นเซลล์ที่ต่อต้านเชื้อโรค

o  ป้องกันและบรรเทาโรคหวัด

o  ต้านอนุมูลอิสระ (ANTIOXIDANT ) ชลอความแก่

o  มีความสำคัญต่อการดูดซึม และการปฏิบัติหน้าที่ของไวตามินโดยเฉพาะวไวตามินบีรวม

o  ช่วยในการปฏิบัติงานของอินซูลิน ถึงแม้ว่าสังกะสีไม่เป็นส่วนประกอบของอินซูลิน แต่อินซูลินจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยสังกะสี

o  ช่วยระบบสืบพันธุ์ ช่วยให้ต่อมลูกหมากทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ป้องกันมิให้เป็นหมัน ผู้ชายที่ขาดสังกะสีอสุจิจะลดจำนวนลง และอวัยวะเพศอาจไม่แข็งตัวหากขาดสังกะสีเป็นจำนวนมาก

o  ยับยั้งการเจริญของเซลล์ มะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก จะมีปริมาณ สังกะสี ต่ำกว่าคนปกติ

o  กระตุ้นให้แผลหายเร็วขึ้น

o  ป้องกันสิว และผิวมัน คนที่เป็นสิว และผิวมันจะพบว่าความเข้มข้นของสังกะสีในเลือดต่ำกว่าปกติ

o  สังกะสีมีความสำคัญต่อ ระบบทางเดินอาหารและระบบประสาทส่วนกลางให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ความผิดปกติทางอารมณ์เป็นผลจากการขาดสังกะสีเช่นกัน

o  คนที่เป็นต้อกระจก ในดวงตาหรือในร่างกายมักจะมีสังกะสีต่ำซึ่งธรรมดาแล้วในดวงตาจะมีสังกะสีสูง ดังนั้นสังกะสีมีความสำคัญที่จะช่วยในการมองเห็นได้ชัดป้องกันไม่ให้ตาบอดในผู้สูงอายุ การสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุที่เรียกว่า MACULAR DEGENERATION นั้นพบว่า เกิดจากการขาดธาตุ สังกะสี

ป้องกันผมร่วง สังกะสี จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแบ่งเซลล์ของร่างกายของเส้นผม บางรายผมหลุดร่วงไปและกิน สังกะสี ก็จะช่วยให้เส้นผมใหม่งอกขึ้นได้เร็วขึ้น ยกเว้นอาการหัวล้านตามอายุนั้นใช้ไม่ได้ผลเพราะไม่มีรากผม
เอนไซม์ 34 ชนิด

1.มัลเทส                      2. ซูเครส                      3. อิมัลซินอิมัลซิน  
4 โพโลนิวคลิโอเดส   5 นิวคลีโอทิเดส           6 ยูมิเอส
7 อะมิโนโพลีเพพทิเดส                                   8 ไดเพพทิเดส

9 โพรลิเนส                10 ไลเปส                     11 ฟอสฟาเทส

12 ซิลฟาเทส              13 คาตาเรส                  14 ไซโทโครมออกซิเดส                                                         15 เปอร์ออกซิเดส      16 ไทโรซิเนส              17 แอสคอร์บิกแอซิดออกซิเดส

18 แลคติกดีไฮโดรจีเนส                                 19 โรบินสัน อีสเตอร์ ดีไฮโดรจีเนส

20 ซุคซินิกดีไฮโดรจีเนส                                21 วอร์เบิร์กสโอลด์เยลโลว์เอนไซม์                                                 22 ไดอะโฟเลส          23 แอสสิเอนไซม์        24 ไซโทโครม ซีรีคัสเทส                                                               25 ฟูมาเรส                 26 อีโนเลส                  27 อัลดีไฮด์มิวเทส

28 กลีออกซาเลส                                            29 ไซโมฮีเซส (อัลโดเลส)

30 คาร์ไบไซเลส        31 ฟอสโฟรีเลส          32 ฟอสโฟเฮซิโซเมอเรส                                                                      33 ฮีโซคิเนส             34 ฟอสโฟกลูมิวเทส

 กรดอะมิโน 17 ชนิดในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โอพลัส โฟร์

1.อะลานิน(ALANINE)    2.ฮีสติดีน(HISTIDINE)   3.เซรีน(SERINE)

4.อาร์จินีน(ARGININE)    5.ไอโซลิวซีน   (ISOLEUCINE)  6.เธรโอนีน(THREONINE

7.กรดแอสปาติค(ASPARTIC ACID) 8. ไลซีน(LYSINE)  9.ทริปโตแฟน(TRYPTOPHAN)

10.ซิสตีน(CYSTINE)  11.เมไธโอนีน(METHIONINE)  12.ไทโรซีน(TYROSINE)

13.กรดกลูตามิค(GLUTAMIC) 14.เฟนีนอะลานีนPHENYLALANINE)

15.วาลีน(VALINE)  16.ไกลซีน(GLYCINE)  17.โพรลีน _(PROLINE)

อะลานิน   เป็นแหล่งพลังงานสำคัญต่อเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อ ช่วยผลิต ANTIBODIES ที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น

อาร์จินีน    เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตได้ ต้องได้รับจากอาหารที่กินเข้าไปอาร์จินีนจะเพิ่มการเผาผลาญไขมัน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านมะเร็งได้ดี ยังช่วยให้แผลหายเร็วเสริมสมรรถภาพชายอีกด้วยกระตุ้นการปล่อย GROWTH HORMONEและกระตุ้นการตอบสนองต่ออินซูลิน

กรดกลูตามิคทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทที่ออกฤทธิ์แบบกระตุ้น มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเรียนรู้และจดจำของสมอง

ไกลซีน  จะช่วยควบคุมระดับคลอเลสเตอรอล ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

ไลซีน  ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต สามารถช่วยให้ร่างกายต่อต้านไวรัสได้ดี เช่น เริมช่วยร่างกายในการสร้างภูมิคุ้นกันโรค ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่างๆ

เฟนีลอะลานีน กระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งผลิตฮอร์โมนที่ช่วยให้ความจำดีขึ้น

เซรีน   เป็นแหล่งสะสมน้ำตาลกลูโคส (GLUCOSE)ในตับและกล้ามเนื้อ จึงช่วยลดน้ำตาลในเลือด ในกรณีเป็นโรคเบาหวาน

ไทโรซีน ช่วยให้เซลล์เสื่อมสภาพช้าลง เป็นตัวควบคุมความรู้สึกหิวในสมองส่วนฮิปโปธาลามัส ช่วยให้เหงือกแข็งแรง ลดอาการอักเสบ

ทริปโตแฟน   ช่วยให้ร่างกายสร้างสารที่เรียกว่า SEROTONIN ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายของเราผ่อนคลาย อารมณ์ดีมีสุข ช่วยผ่อนคลายความกังวล และช่วยให้เรานอนหลับพักผ่อนได้ดีและลดอาการปวดหัวจากไมเกรน

>> เมนูนำทาง <<
X